Previous
Next
Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

ใครอยากได้ รถงบ 5 แสน มารวมกันทางนี้! 

ใครอยากได้ รถงบ 5 แสน มารวมกันทางนี้! 

รถยนต์นับว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องใช้ระยะเวลาตัดสินใจในการเลือกซื้ออยู่พอสมควร เพราะนอกจากจะเลือกซื้อประเภทของรถยนต์ที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของเราแล้ว การเลือกซื้อรถยนต์ที่อยู่ในงบประมาณราคาที่เราตั้งไว้ หรืออยู่ในราคาที่เราสามารถผ่อนส่งได้ไหวก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวม รถงบ 5 แสน 3 รุ่น ที่เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันแบบสุด ๆ 

รวม รถงบ 5 แสน ซื้อสดก็ง่าย ดาวน์ ผ่อนก็สบาย ๆ 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากได้ รถเก๋งราคาถูก 2022 หรือ รถงบ 5 แสน วันนี้เราได้รวบรวมรถยนต์ 3 รุ่นที่ให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น มีดังนี้

รถงบ 5 แสน
  • New Mitsubishi Attrage

รถยนต์ 4 ประตู 5 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC 1.2 ลิตร ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ภายในมาพร้อมหน้าจอกลางระบบสัมผัส SDA ขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน และที่สำคัญยังประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตร / ลิตร เลยทีเดียว

ราคา: รุ่น ACTIVE MT ราคา 494,000 บาท

        รุ่น ACTIVE CVT ราคา 529,000 บาท

      รุ่น SMART CVT ราคา 584,000 บาท

      รุ่น SPECIAL EDITION ราคา 543,000 บาท        

      *เฉพาะสีขาว WHITE DIAMOND เพิ่ม 7,000 บาท

รถงบ 5 แสน
  • Nissan March  

eco car ราคาไม่เกิน 5 แสน จาก Nissan ที่ตอบโจทย์ City Life ที่สุด โดยรุ่นนี้เป็นรถยนต์ 5 ประตู 5 ที่นั่ง (แต่นั่ง 4 คนกำลังสบาย ไม่อึดอัดเกินไป) เครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบแถวเรียง Cylinder DOHC 12V CVTC ขนาด 1,198 cc ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร มีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่จุของได้ถึง 251 ลิตร 

ราคา: รุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท

        รุ่น 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท

        รุ่น 1.2 E CVT ราคา 495,000 บาท

        รุ่น 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

รถงบ 5 แสน
  • Suzuki Celerio 

Suzuki Celerio รถยนต์ ราคาไม่เกิน 5 แสนบาท 5 ประตู 5 ที่นั่ง (แต่นั่ง 4 คนกำลังสบาย ไม่อึดอัดเกินไป) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ K10B 3 สูบ 12 วาล์ว 998 ซีซี กำลังสูงสุด 68 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ประหยัดยิ่งขึ้นด้วยเครื่องยนต์ที่รองรับน้ำมัน E20 ที่สำคัญยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่จุได้ถึง 254 ลิตร เลยทีเดียว

ราคา: รุ่น GA/MT ราคา 338,000 บาท

        รุ่น GL/CVT ราคา 416,000 บาท 

        รุ่น GX/CVT ราคา 442,000 บาท 

ECO Car รถราคา5แสน ที่เหมาะกับการเป็นรถในชีวิตประจำวันที่สุด

แม้ว่ายุคนี้จะเป็นยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้า แต่ รถยนต์ ECO Car ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลาย ๆ คนต่างเทใจให้ เนื่องจากรถยนต์ประเภทนี้นอกจากจะช่วยคุณประหยัดน้ำมันแล้ว ยังมีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้าหลาย ๆ รุ่นอีกด้วย เช่น รถงบ 5 แสน ทั้ง 3 รุ่นที่เราได้รวบรวมมาให้กับทุกคนในวันนี้ล้วนเป็น ECO Car ที่เหมาะกับคนที่ใช้รถบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น งานของคุณอาจจะจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเพื่อเดินทางออกไปนอกสถานที่ หรือต้องไปพบลูกค้าหลาย ๆ คนในวันเดียวกัน การเลือกใช้รถ Eco car ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับคุณ เพราะคุณไม่ต้องรอชาร์จแบตเตอรี่เมื่อเชื้อเพลิงรถของคุณใกล้จะหมดนั่นเอง ดังนั้นหากใครที่กำลังตามหา รถยนต์ราคาไม่เกิน 5 แสน 2022 3 รถยนต์ Eco car ที่เรานำมาฝากในวันนี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

อ่านบทความ : TOYOTA GR 86 รถสปอร์ตสุดเท่ที่พัฒนาร่วมกับ SUBARU

 

 

 

 

 

 

สนับสนุนโดย : 

https://sa-game.bet SA-Game คาสิโนออนไลน์ พร้อมเปิดบริการพนันออนไลน์เต็มรูปแบบครบวงจรที่สุด ลองเลย !

Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Toyota GR 86 รถสปอร์ตสุดเท่ที่พัฒนาร่วมกับ Subaru

Toyota GR 86

หากใครที่ได้ดูรีวิว Subaru BRZ 2022 ที่ทาเว็บไซต์เราได้เขียนรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็คงรู้สึกกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของ Toyota GR 86 ช่างมีความคล้ายคลึงกับ Subaru BRZ เป็นอย่างมาก แต่หากเพื่อนจะรู้สึกแบบนั้นก็คงไม่ผิดไปซะทีเดียว เนื่องจาก รถสปอร์ตทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทาง Toyota และ Subaru พัฒนาร่วมกัน ดังนั้นรูปลักษณ์และสเปคบางอย่างของรถสปอร์ทั้ง 2 รุ่นนี้จึงมีความคล้ายคลึงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง Toyota GR 86 จะมีสเปคต่าง ๆ ที่น่าสนใจขนาดไหน วันนี้เว็บไซต์ของเราได้รวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนแล้ว

Toyota GR 86

สเปคของ Toyota GR 86 รถสปอร์ตที่มีกำลังสูงสุด 237 แรงม้า 

สำหรับToyota GR 86 เป็นหนึ่งในรุ่นของรถสปอร์ตที่ทางToyota พัฒนาร่วมกับ Subaru BRZ จึงทำให้ ทั้งToyota GR 86 2022 และ Subaru BRZ 2022 มีดีไซน์ และสเปคต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นรถทั้ง 2 รุ่นนี้จึงเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อคนที่หลงรักในแบรนด์ของพวกเขาโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้

โดย Toyota GR 86 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน รุ่น FA24 Boxer 2.4 ลิตร 4 สูบแนวนอน DOHC 16 วาล์ว 2,387 cc. ที่ให้กำลังสูงสุด 237 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด EEC net 250 นิวตัน-เมตร ที่ 3,700 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.3 – 6.8 วินาที 

Toyota GR 86

ขนาดรถยนต์ภายนอก ยาว4,265 x กว้าง 1,775 x สูง 1,310 มม. รถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Shift Lock ขับเคลื่อนล้อหลัง พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS หุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง หรือ สีเงิน พร้อมสัญลักษณ์ GR แบบธรรมดา 4 ทิศทาง ที่​นั่งคนขับและผู้โดยสารข้างคนขับเป็น​​แบบ​แมนนวลปรับ 4 ทิศทาง ตกแต่งภายในด้วยสีดำ-แดง หรือ สีดำ-เงิน (Subaru BRZ จะมีเฉพาะสีดำแดง)

นอกจากนี้สำหรับ มาตรวัดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ของ New Toyota GR86 รุ่นนี้มาพร้อมกับมาตรวัดจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ลำโพง 6 ตำแหน่ง ช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่ง และ AUX 1 ตำแหน่ง พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด Sport, Snow, Track และ Normal ช่วยให้คุณสามารถขับขี่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายยิ่งขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้นการตกแต่งภายในยังใช้วัสดุหนังเป็นวัสดุหลักในการตกแต่งอีกด้วย

รถสปอร์ตToyota

Toyota GT86 2022 ราคาในไทย เริ่มต้นเพียง 2.9 ล้านบาท

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของToyota GR 86 วันนี้ในไทยได้ทำการวางจำหน่ายรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย โดยToyota GR86 ราคา เริ่มต้นที่ 2,949,000 บาท และมีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สีด้วยกันได้แก่ Magnetite Gray Metallic, Ice Silver Metallic, Sapphire Blue Pearl, Bright Blue, Sapphire Blue Pearl, Crystal White Pearl และ Crystal Black Silica ซึ่งจะเป็นเฉดสีเดียวกันกับ Subaru BRZ นั่นเอง

นอกจากนี้สำหรับในส่วนของราคา แม้ว่าจะเป็นรุ่นที่มีสเปคใกล้เคียงกัน BRZ แต่ก็มีราคาที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย โดย Subaru BRZ 2022 ราคา จะเริ่มต้นที่ 2,699,000 บาทเท่านั้น อีกทั้งยังมี 2 รุ่นย่อยรวมไปถึงมีทั้งแบบที่เป็นเกีร์ออโต้ และ เกียร์ธรรมดา ให้เลือก ดังนั้นใครที่เป็นแฟนแฟนตัวยงของแต่ละแบรนด์จึงอาจจะตัดสินใจในการเลือกได้ไม่ยากนัก

อ่านบทความ : เปิดจองเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Nissan GT-R T – Spec รุ่นพิเศษ!

สนับสนุนโดย : 

midwestrailplan.org/ บาคาร่า 1688 เกมส์คาสิโนบาคาร่าที่ดีที่สุด ฝาก-ถอนไว เพียง 10 วินาที

Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Mini pick – up ตำนานรถกระบะคันเล็กจิ๋วจาก Mini

Mini pick – up

หากกล่าวถึงแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษอย่างMini หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี และคุ้นเคยับรถยนต์จากทางแบรนด์กันอยู่แล้ว แต่เพื่อน ๆ เคยทราบไหมว่า ครั้งหนึ่งMini เคยผลิต Mini pick – up รถกระบะไซซ์เล็กจิ๋ว ที่มีการผลิตออกมาทั้งหมดไม่ถึงแสนคันทั่วโลก และจุดนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้เราอยากพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับรถยนต์รุ่นนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะน่าสนใจ และ จะทำให้เราว๊าวกันขนาดไหนเราไปดูกันเลย

Mini pick – up

Mini pick – up รถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มพ่อค้าโดยเฉพาะ

รถกระบะนับว่าเป็นรถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมในกลุ่มพ่อค้าแม่ขายตั้งแต่ในช่วงอดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากรถยนต์ประเภทนี้เป็นรถยนต์ที่สามารถขนของ หรือสินค้าต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก แต่หากย้ายไปในช่วงยุค 50s – 70s แบรนด์ที่ผลิตรถกระบะนั้นไม่ได้มีให้เลือกมาเหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นในปี 1960  Miniจึงเกิดไอเดียที่จะผลิตMini pick up พร้อมกับMini Van ออกมาเพื่อเจาะกลุ่มพ่อค้า และช่างฝีมือโดยเฉพาะ

รถกระบะคันเล็ก

โดย มินิปิ๊กอัพ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1960 – 1981 ภายใต้แนวคิดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ให้คุณสามารถขนของที่มีขนาดใหญ่ หรือสิ่งของที่สกปรกและอาจจะส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งรุ่นนี้จะมีระยะฐานล้อขยายเพิ่มขึ้น 25 เซนติเมตร กระบะยาว 1.20 เมตร และ กว้าง 85 เซนติเมตร ให้คุณสามารถขนของและไม่ต้องทนกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้สูงสุดถึง 317 กิโลกรัม อีกทั้งฝาท้ายยังสามารถเปิดปิดได้ เพื่อให้คุณสามารถขนของขึ้นลงได้ง่ายขึ้น และยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งของตกหล่นในขณะที่ขับขี่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้รถกระบะรุ่นนี้เป็นรถยนต์แบบ 2 ที่นั่ง ที่ในยุคแรกรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 34 แรงม้า 848 ซีซี แต่ต่อมาในปี 1967 ทางผู้ผลิตได้อัปเกรดเครื่องยนต์ให้เป็นขนาด 998 ซีซี 38 แรงม้า อีกทั้งยังมีแรงบิดที่เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมคือ “ผ้าใบกันน้ำ” ที่จะมีห่วงคล้องกับตัวกระบะ ซึ่งใช้เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งของ หรือสินค้าของคุณเสียหายจากทั้ง ฝน และ ลม เป็นต้น

มีเอกลักษณ์เฉพาะ และกลายมาเป็นของสะสมที่หาดูได้ยาก

Mini pick upเป็น รถกระบะมินิ ที่นับว่าเป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีการผลิตออกมาประมาณ 58,000 คัน ซึ่งคิดเป็น 1% ของการผลิตมินิทั้งหมด อีกทั้งผู้ผลิตยังได้ออกแบบสัญลักษณ์ใหม่ขึ้นมา โดยออกแบบภายใต้แนวคิด “winner’s podium” และเป็นรุ่นเดียวที่ไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ “Cooper” เหมือนรุ่นอื่น ๆ 

นอกจากนี้ mini pickup trucks รุ่นนี้ยังนับว่าเป็นรถยนต์ที่เรียกได้ว่าเป็น “วีรบุรุษชนชั้นแรงงาน” ดังนั้นผู้ผลิตจึงสลัดเอาความหรูหราซึ่งจะมีอยู่ในรถมินิรุ่นก่อน ๆ ออกไปให้หมด และคงไว้ซึ่งความทนทาน และความแข็งแกร่งที่อาจจะไม่เคยมีมาก่อนในรถตระกูลมินิ

ด้วยเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของรถรุ่นนี้ รวมไปถึงจำนวนในการผลิตที่ค่อนข้างน้อยจึงทำให้ปัจจุบัน รถยนต์รุ่นนี้กลายมาเป็นของสะสมของใครหลายคน และบ่อยครั้งในงาน Meeting รถคลาสสิกต่าง ๆ ก็มักจะมีคนเข้าใจผิดว่า รถยนต์รุ่นนี้ถูกเจ้าของดัดแปลงขึ้นเองอีกด้วย 

อ่านบทความอื่นๆ :

Volkswagen ID.Life รถไฟฟ้า โฟล์ค ที่คาดว่าจะวางขายในปี 2025

สนับสนุนโดย :

GCLUB คาสิโนออนไลน์ 24 ชั่วโมง เว็บตรง การเงินมั่นคง รองรับการถอนเงินสูงสุด กว่าล้านบาท อีกทั้งเป็นเว็บที่มีระบบธุรกรรมการเงินทันสมัยที่สุด เพียงฝาก-ถอน ธุรกรรมทั้งหมดของคุณจะเสร็จเรียบร้อยไม่เกิน 3 นาที สามารถเล่นผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกระบบ

Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Maxus MIFA 9 รถตู้ 6 ที่นั่งสัญชาติจีน เคาะราคาในไทยแล้วเรียบร้อย

Maxus MIFA 9

สำหรับใครที่กำลังรอรีวิวรถสัญชาติจีน วันนี้เว็บไซต์ของเราได้ไปหาข้อมูลของรถยนต์ที่กำลังเป็นที่พูดถึง และน่าสนใจในชั่วโมงนี้มารีวิวให้กับทุกคนแล้ว โดยรถรุ่นนี้คือ Maxus MIFA 9 ซึ่งเป็นรถตู้ 6 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2022 นี้

Maxus MIFA 9

รีวิว Maxus MIFA 9 รถตู้ไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ไกล 500 กว่ากิโลเมตร

Maxus MIFA 9 คือ รถ MPV ไฟฟ้า 100% หรือรถตู้ไฟฟ้า 6 ที่นั่ง ที่กำลังเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในชั่วโมงนี้ โดยรถยนต์รุ่นนี้มีขนาดที่กว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง โดยขนาดของตัวรถจะอยู่ที่ ความยาว 5,270 มม. กว้าง 2,000 มม. และสูง 1,840 มม. และในส่วนของระบบมอเตอร์ รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้า ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อีกทั้ง Maxus MIFA ยังมาพร้อมกับโหมดในการขับขี่ ทั้งหมด 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Normal, Eco และ Sport 

นอกจากนี้แล้ว รถรุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่เป็นแบบ Ternary Lithium ขนาด 90 Kwh จึงทำให้การชาร์จเต็ม 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 520 กิโลเมตรเลยทีเดียว ดังนั้นใครที่กำลังหารถตู้หรือรถครอบครัวไว้ใช้เดินทางไกล รถ Maxus ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

Maxus MIFA 9

ดีไซน์และการออกแบบภายใน รวมไปถึงราคาของMaxus MIFA 9 

ในส่วนของการดีไซน์และการตกแต่งภายในของMaxus MIFA 9 สำหรับรุ่น Top จะมาพร้อมที่นั่งแบบ 6 ที่นั่ง ที่หุ้มด้วยหนัง Nappa ดีไซน์เรียบหรู ที่นั่งทั้ง 6 ที่ จะเป็นแบบแยกออกจากกัน ช่วยให้นั่งได้สบายไม่อึดอัด นอกจากนี้ในส่วนของเบาะยังเป็นเบาะระบบไฟฟ้า ที่สามารถปรับได้ 12 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันปรับอุณหภูมิ นวด และระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง 

Maxus MIFA 9

นอกจากนี้ในส่วนของ ระบบความบันเทิงของMaxus MIFA 9 2022 รุ่นนี้มาพร้อมกับจอทั้งหมด 10 จอด้วยกัน โดยจะมี 1 จอ ที่เป็นหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งจะติดตั้งเป็นแผงแดชบอร์ด บริเวณคอนโซลด้านหน้า และจอที่เหลือจะถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเบาะผู้โดยสารแต่ละเบาะ รวมไปถึงบริเวณที่พักแขน นอกจากนี้ภายในยังถูกติดตั้งลำโพงคุณภาพดีจาก JBL ทั้งหมดอีก 12 จุดด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดที่เรากล่าวมายังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรถรุ่นนี้เรานั้น เนื่องจากรถรุ่นนี้ยังมีระบบความปลอดภัยต่าง ๆ มากมายอีกด้วย โดย รถตู้ Maxusราคาเปิดตัวในประเทศจีนเริ่มต้นที่ประมาณ 269,900 – 379,900 หยวน หรือราว ๆ 1.39 – 1.95 ล้านบาทไทยนั่นเอง และว่ากันว่าทาง SAIC Motor ได้ทำการเริ่มส่งรถให้กับลูกค้าผู้ที่สั่งจองภายในจีนไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง :

Volkswagen ID.Life รถไฟฟ้า โฟล์ค ที่คาดว่าจะวางขายในปี 2025

สนับสนุนโดย :

GCLUB เกมคาสิโนออนไลน์เว็บตรง ต้นตำรับของบาคาร่าในทุกค่ายเปิดบริการ 24 ชั่วโมงเป็นที่สุดของระบบธุรกรรมที่รวดเร็ว ฝาก-ถอนทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ในเวลาไม่เกิน 3 นาทีมีบริการเดิมพันที่หลากหลายเช่นบาคาร่า , สล๊อต , เสือมังกร , รูเล็ต , กำถั่ว , ไฮโล เล่นผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกระบบ

Categories
All CAR ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Volkswagen ID.Life รถไฟฟ้า โฟล์ค ที่คาดว่าจะวางขายในปี 2025

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาค่ายรถยนต์หลายค่ายเริ่มมีการพัฒนารถยนต์ในค่ายของตัวเองให้มีความเข้ากับยุคกับสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะในโลกอนาคต ซึ่งจะเป็นโลกที่คนเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรมากขึ้น และในปัจจุบันเราก็เริ่มจะได้เห็นค่ายรถยนต์ชั้นนำที่ออกแบบและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่ง Volkswagen ก็ไม่พลาดที่จะพัฒนา รถไฟฟ้า โฟล์ค เช่นกัน โดยรุ่นดังกล่าวมีชื่อว่า Volkswagen ID.Life และคาดว่าจะวางขายอย่างเป็นทางการในปี 2025 ที่จะถึงนี้

สเปคอย่างไม่เป็นทางการของ รถไฟฟ้า โฟล์ค รุ่น Volkswagen ID.Life

รถไฟฟ้า โฟล์คหรือ Volkswagen EV ในปัจจุบันนั้นมีการเปิดตัวออกมาแล้วหลายต่อหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งรุ่นหนึ่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งมีชื่อรุ่นว่า Volkswagen ID.Life ที่เกิดจากแนวคิดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่ความน่าสนใจของ รถไฟฟ้า100% รุ่นนี้ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากรถคันนี้จะเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแล้ว รถรุ่นนี้ยังใช้วัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุรีไซเคิลเข้ามาช่วยในเรื่องการออกแบบและตกแต่ง 

โดยรถรุ่นนี้จะตกแต่งภายในของห้องโดยสาร และภายนอกด้วยสิ่งทอที่ทำจากขวด PET รีไซเคิล 100% ซึ่งจะใช้สำหรับเป็นฝาครอบช่องแอร์ ผ้าคลุมฝากระโปรงด้านหน้า และหลังคาภายในตัวรถ เป็นต้น ในส่วนของสียังใช้สารที่ได้จากเศษไม้มาผสมเข้ากับสารเพิ่มความแข็งแบบชีวภาพ เพื่อใช้ในการเคลือบเงาให้กับตัวรถแทนการใช้สารเคมี และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ที่นั่งสำหรับคนขับและผู้โดยสารยังทำมาจากวัสดุธรรมชาติหลายชนิดจนได้เบาะที่ดี มีคุณภาพ และรักโลกไปในตัวอีกด้วย

รถไฟฟ้า โฟล์ค

รถไฟฟ้าที่มีแรงม้าสูงถึง 230 แรงม้า แถมมาพร้อมราคาเพียง 700,000 กว่าบาทเท่านั้น

สำหรับ รถไฟฟ้า โฟล์ครุ่นที่เราพาทุกคนไปทำความรู้จักในวันนี้ ต้องบอกเลยว่า เรื่องของพละกำลังของมอเตอร์นั้นไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน โดย รถไฟฟ้าโฟล์คสวาเกน รุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าฟ้า 230 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง อยู่ที่ 6.9 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดแบตเตอรี่ 57 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ที่สามารถวิ่งได้สูงสุดถึง 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

นอกจากนี้ในส่วนของราคา Volkswagen ไฟฟ้า ราคา อัปเดตล่าสุดอยู่ที่ราว ๆ 20,000 ยูโร หรือราว ๆ 749,501 บาทไทยเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวทั้งเรื่องข้อมูลของราคา และปีที่วางขายที่คาดว่าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2025 นี้ เป็นข้อมูลสำหรับการวางขายในยุโรปเท่า ดังนั้นสำหรับข้อมูลของราคา และวันที่วางขายในไทยจึงยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา ดังนั้นใครที่อยากได้รถไฟฟ้ารุ่นนี้มาครอบครองอาจจะต้องรอติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดรถยนต์ที่เป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตรุ่นนี้

อ่านบทความ : BMW IX รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ทั้งเท่ และดูดุดัน

สนับสนุนโดย : SAgameบาคาร่าอันดับ 1 เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน ถ่ายทอดสดจากโต๊ะบาคาร่าจริงแบบเรียลไทม์ ปลอดภัยไร้การโกงอย่างแน่นอน สามารถดาวน์โหลดเอาไว้เล่นบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้

Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

ทำความรู้จักกับ BYD แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน ที่มาตีตลาดรถยนต์เมืองไทยในปีนี้

BYD แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน

ปัจจุบันการเข้ามาตีตลาดรถยนต์ในเมืองไทยของแบรนด์รถยนต์จากจีนนั้น กำลังเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากหลายปีก่อนหน้านี้เรามักจะคุ้นเคยกันรถยนต์จากญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา เป็นหลัก แต่ในระยะ 7- 8 ปีที่ผ่านมานี้เรามักจะเห็นการหันมาบริโภคในส่วนของรถยนต์จากจีนมากยิ่งขึ้น และล่าสุดกับแบรนด์ BYD แบรนด์รถยนต์น้องใหม่ที่เข้ามาตีตลาดรถยนต์ในเมืองไทยภายในปี 2022 นี้เป็นเรียบร้อย โดยมี Rever Automotive เป็นตัวแทนจำหน่ายอีกด้วย

BYD แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน
(https://www.aljazeera.com/economy/2022/7/28/chinas-byd-was-dismissed-by-elon-musk-now-its-beating-tesla)

BYD แบรนด์รถยนต์ที่มีการก่อตั้งอย่างเป็นทางการมาแล้ว 19 ปี

สำหรับBYD หรือBYD Auto จะเรียกว่าเป็นแบรนด์รถยนต์น้องใหม่ล่าสุดจากประเทศจีนที่น่าจับตามองที่สุดในชั่วโมงนี้ก็คงไม่ผิดไปสักทีเดียว เนื่องจากแบรนด์นี้พึ่งจะมีการก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2003 ที่ผ่านมานี้ หลังจากที่บริษัทได้ทำการซื้อกิจการต่อจาก Qinchuan Automobile Company ในปี 2002 ซึ่งBYD เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการผลิตรถหลายชนิด เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถโดยสาร รถบรรทุก รถจักรยานไฟฟ้า รถยก และแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟ เป็นต้น แต่ถึงอย่างนั้นเพียงระยะเวลา 19 ปีBYD ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ได้ในที่สุด 

แต่สำหรับปี 2022 นี้ ทางทีมผู้บริหารและพัฒนาของBYD ได้เล็งเห็นความสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า บวกกับในอนาคตตลาดของ รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ EV นั้นเริ่มมีการขยายตัวที่มากขึ้น

ทางBYD จึงได้เริ่มผลิตทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ออกมาหลายรุ่นด้วยกัน และแน่นอนว่ายอดขายรถยนต์แต่ละรุ่นจากแบรนด์ก็ค่อนข้างสูงเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แบรนด์นี้นับว่าเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้

BYD

Rever Automotive ตัวแทนจำหน่ายของBYD ในเมืองไทย

สำหรับปี 2022 นี้ใครที่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์นวัตกรรมใหม่จากBYD เรียกว่าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว เนื่องจากล่าสุด เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาทาง Rever Automotive ก็ได้จัดงานเปิดตัวของการเป็นตัวแทนจำหน่าย และเป็นผู้ให้บริการหลังการขายสำหรับรถจากBYD ที่จำหน่ายในประเทศไทย

นอกจากนี้ทางทีมผู้บริหารยังได้กล่าวว่า ในปี 2022 นี้ทางบริษัทจะเร่งทำการขยายตัวแทนจำหน่ายให้ได้ 30 แห่ง และ 60 แห่งในปี 2023 ซึ่งเราเชื่อว่าหากทำได้เช่นนั้นจะทำให้รถยนต์จากแบรนด์นี้ได้รับความนิยมสูงขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอนนอกจากนี้ในส่วนของรถยนต์รุ่นแรกที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในBYD Thailand อาจจะเป็นBYD Dolphin ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 5 ประตู 5 ที่นั่งที่คาดว่าจะมีราคาราว ๆ 700,000 กว่าบาทไทยเท่านั้น

อ่านบทความ : WRECKFEST เกมที่จะเปิดประสบการณ์ความมันไม่รู้ลืม

สนับสนุนโดย : ดัมมี่ เกมสุดฮิตที่มีมาอย่างยาวนาน สามารถเข้ามาเล่นได้ผ่านเว็บ HILOSPEC อีกทางเลือกที่ให้ผู้เล่นได้เข้ามาสร้างความสนุกสนาน ผ่านเกมในรูปแบบออนไลน์กัน มั่นคง เชื่อถือได้ ที่สุดแห่งปี 2022

Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Mazda 3 2022 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ

สำหรับใครที่เป็นสาวกของ Mazda และกำลังรอการเปิดตัวรถรุ่นใหม่จากแบรนด์ วันนี้ทาง Mazda ได้ทำการเปิดตัว Mazda 3 2022 แล้วอย่างเป็นทางการ และงานนี้เราเชื่อว่ามีหลายคนต้องใจละลายให้กับความสวย เท่ และดูดีของรถรุ่นนี้อย่างแน่นอน

Mazda 3 2022 ที่มาพร้อมสีใหม่ล่าสุด ทั้งหรู ดูดี และมีสไตล์

Mazda 3เปิดตัว แล้วเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงต้นปี 2022 ที่ผ่านมา โดย Mazda 3รุ่นนี้นับว่าเป็นรุ่นที่มีความน่าสนใจทั้งเรื่องของเครื่องยนต์ รวมไปถึงดีไซน์นั้งภายนอกและภายใน ทำให้วันนี้เว็บไซต์ของเราจึงอยากหยิบเอา Mazda 3รุ่น 2022มารีวิวให้กับทุกคนได้อ่านกัน

Mazda 3 2022
(https://autostation.com/news/new-mazda-3-2022)

โดยรถยนต์ Mazda 3 2022จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ MAZDA3 SEDAN 2.0 C, MAZDA3 SEDAN 2.0 S และ MAZDA3 SEDAN 2.0 SP ซึ่งทุกรุ่นจะมีสเปคของเครื่องยนต์ที่เหมือนกัน ได้แก่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ให้กำลังแรงม้าสูงถึง 165 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า และที่สำคัญคือ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 15.9 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้น 

Mazda
(https://www.9carthai.com/new-mazda-3-price/)

นอกจากนี้ในส่วนของการตกแต่งภายใน รถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาพร้อมคอนเซปต์ AWAKENING YOUR SOUL ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่ช่วยบ่งบอกถึง เป็นยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมี่ยมใหม่ ที่ปลุกความเป็นสปอร์ตในตัวคุณออกมา ดังนั้นดีไซน์ของรถจึงมีทั้งความเรียบหรู ดูดี และความเท่ แบบสปอร์ท โดยภายในจะตกแต่งด้วยสีดำทั้งหมด ทั้งบริเวณคอนโซน และเบาะ ซึ่งจะเป็นเบาะหนัง รวมไปถึงที่นั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้ายังสามารถปรับได้ถึง 10 ทิศทาง นอกจากนี้เนื่องจากรถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ 5 ประตูดังนั้นจึงสามารถพับปรับ พับเบาะหลังได้ 60:40 เพื่อให้คุณสามารถเพิ่มพื้นที่ให้การเก็บสัมภาระได้มากขึ้นนั่นเอง

Mazda 3
(https://www.headlightmag.com/official-price-mazda3-my2022/) 

ราคาของรถทั้ง 3 รุ่นย่อย พร้อมกับข้อมูลของสีรถ

อย่างที่เรากล่าวไปในข้างต้นแล้วว่า Mazda 3 2022มีรุ่นย่อยทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน โดย Mazda 3 2022ราคา เริ่มต้นจะอยู่ที่ 979,000 สำหรับรุ่น SEDAN 2.0 C และ 2.0 C Sports, 1,069,000 บาท สำหรับรุ่น SEDAN 2.0 S และ 2.0 S Sports และราคา  1,198,000 บาท สำหรับรุ่น SEDAN 2.0 SP และ 2.0 SP Sports ซึ่งหากใครที่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลของ Mazda 3 2022ราคา ตาราง-ผ่อน บนเว็บไซต์ของ Mazda ได้เลย 

นอกจากนี้แล้วรถยนต์ใหม่รุ่นนี้ มีทั้งหมด 6 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง (Soul Red Crystal), สีเทา (Machine Grey), สีขาว (Snowflake White Pearl), สีดำ (Jet Black), สีเงิน (Sonic Silver) และสีเบจ (Platinum Quartz) ซึ่งเป็นสีใหม่ล่าสุดนั่นเอง

อ่านบทความ >> BMW IX รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ทั้งเท่ และดูดุดัน

สนับสนุนโดย >> UFABET เว็บบาคาร่า อันดับ1 เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ มั่นคง ปลอดภัย 100% มาแรงที่สุดในปี 2022 > HTTPS://UFABALL.BET

Categories
ARTICLE BMW แบรนด์รถ

BMW iX รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ทั้งเท่ และดูดุดัน

ในปัจจุบันนับว่าเป็นยุคที่เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ถูกพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะวงการรถยนต์ ที่เริ่มมีการนำคอนเซปต์ของการลดปริมาณมลภาวะในอากาศมาใช้ในการออกแบบสินค้าของแบรนด์ ทำให้เราได้เห็น รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก BMW ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้และพยายามที่จะพัฒนารถยนต์ของแบรนด์ให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดกับการเปิดตัว BMW iX ที่นอกจากจะมีสไตล์ที่ดูสวย เท่ และดุดันแล้ว ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรเราไปดูกันเลย

สเปคของ BMW iX รถยนต์ไฟฟ้า ที่ใครได้ยินเป็นต้องร้องว้าว

สำหรับรถยนต์คันนี้มีชื่อรุ่นเต็ม ๆ ว่า BMW iX xDrive50 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุดที่นอกจากจะมีสเปค และสมรรถนะที่ดี แต่ราคาไม่สูงจนเกินไป ทำให้หลาย ๆ คนสามารถจับต้องได้ง่าย และด้วยชื่อเสียงของ BMW ที่มีมาอย่างยาวนานก็ทำให้เรามั่นใจได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า bmw จะไม่ทำให้เราผิดหวังอย่างแน่นอน

  • เครื่องยนต์ / มอเตอร์ไฟฟ้า

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นเทคโนโลยี BMW eDrive ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 523 แรงม้า ระยะทางที่สามารถวิ่งได้สูงสุดอยู่ที่ 630 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) อัตราเร่ง 0-100กม./ชม. คือ 4.6 วินาที นอกจากนี้ด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยมในการชาร์จจึงทำให้คุณสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 150 กิโลเมตรจากการชาร์จเพียง 10 นาทีเท่านั้น และชาร์จจนเต็มด้วยเวลาเพียง 40 นาที (สถานะเริ่มต้นในการชาร์จไฟฟ้าที่ 10%)

  • การออกแบบภายใน 

การออกแบบภายในของรถรุ่นนี้ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรู และความสบายที่จะได้รับทั้งคนขับ และผู้โดยสาร โดยวัสดุของเบาะจะเป็นหนังทั้งหมด ซึ่งเบาะนั่งด้านหลังจะเป็นแบบเลาจ์ คอนโซลกลางเป็นแบบลอยตัวที่มีเซนเซอร์แบบสัมผัส ทำหมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น บวกกับหลังคาแบบโปร่งทำให้มีความโอ่โถงกว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยัง BMW Curved Display ที่เป็นหน้าจอยาวตลอดคอนโซลหน้า โดยเป็นจอขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับบอกข้อมูลการขับขี่ และ 14.9 นิ้ว สำหรับสื่อความบันเทิงต่าง ๆ 

เผยราคาของ BMW iX xDrive50 ที่น่าสนใจไม่แพ้สเปค

มาถึงในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับราคาของ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย รถยนต์ไฟฟ้า bmw ราคา อยู่ที่ 5,999,000 บาท (ราคาศูนย์ไทย) โดยราคานี้เป็นราคาที่ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์ในการชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งหากรวมแล้วจะมีราคาอยู่ที่ราว ๆ   ล้านกว่าบาท และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ รถรุ่นนี้เป็น รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ จาก BMW เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ทาง BMW ยังมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ที่สเปคดี และราคาน่าสนใจให้เลือกอีกมากมาย 

อ่านบทความ >> MERCEDES-AMG PROJECT ONE รถแข่ง 1,000 แรงม้าบนหน้าปก FORZA HORIZON 5

สนับสนุนโดย >> SA game เว็บบาคาร่า อันดับ1 เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ มั่นคง ปลอดภัย 100% มาแรงที่สุดในปี 2022

Categories
ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Mercedes-AMG G 63 รถเบนซ์ ในตระกูล AMG ที่ทั้งแรง เท่ และมีเอกลักษณ์สุด ๆ

รถเบนซ์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยุโรป อีกหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยหลาย ๆ คนต่างชื่นชอบ และได้รับความนิยมค่อนข้างสูง โดย Mercedes-Benzes นอกจากจะมีประวัติมาอย่างยาวนานแล้ว ยังมีการผลิตรถยนต์ออกมาหลายรุ่น และหลายประเภทด้วยกัน ตั่งแต่รถแข่ง, ไฮเปอร์คาร์, รถสปอร์ต, รถเก๋ง, คูเป้, รถเปิดประทุน รวมไปถึง รถSUV ซึ่ง Mercedes-AMG G 63 ก็นับว่าเป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ทาง Mercedes-Benzes ได้ทำการเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสเปคของรถรุ่นนี้จะน่าสนใจขนาดไหนเราไปดูพร้อมกันเลย

เผยสเปคของ Mercedes-AMG G 63 รถเบนซ์ SUVs 585 แรงม้า

มาถึงในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับสเปคของ รถเบนซ์Mercedes-AMG G 63 กันแล้ว แต่ก่อนที่เราจะได้ดูข้อมูลเหล่านั้น เรามาทำความรู้จักกับ รถเบนซ์ AMG กันก่อนว่ารถที่อยู่ในตระกูลนี้นั้นแตกต่างจาก Benz ทั่วไปอย่างไร โดย รถเบนซ์ AMG คือ รถที่มีสเปคของเครื่องยนต์แรงกว่ารุ่นทั่วไปด้วยเทคโนโลยีความเร็วจากสนามแข่ง และยังมีอยู่ในรถแทบทุกประเภทของ Benz อีกด้วย

สเปคของMercedes-AMG G 63

  • เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ถูกออกแบบโดย AMG (ตามชื่อรุ่น) V8 BITURBO ขนาด 4.0 ลิตร (3,982 ซีซี) ที่ให้กำลังสูงสูดอยู่ที่ 585 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ที่ 4.5 วินาทีเท่านั้น และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  • สื่อความบันเทิง

พื้นที่สำหรับคนขับและผู้โดยสารถูกออกแบบมาให้กว้าง และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยบนิเวณคอลโซลด้านหน้ามาพร้อมกับหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว นอกจากนี้หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ยังเป็นแบบ Digital Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้วที่สามารถควบคุมผ่าน Touchpad ระบบเสียงรอบทิศทาง ที่สำคัญยังมีระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ AMG DYNAMIC SELECT อีกด้วย

  • การตกแต่งภายใน

เบาะทั้งหมดใช้วัสดุเป็นหนังนัปป้า ที่มีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ black, saddle brown/black, truffle brown/black และ macchiato beige/black นอกจากนี้ในส่วนของการตกแต่งภายในยังสามารถเลือกได้อีกว่าต้องการตกแต่งด้วยลวดลายใด โดยมีทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ 

  • black piano lacquer
  • black flamed open-pore natural walnut wood trim
  • brown high-gloss ash wood trim 
  • high-gloss light brown sen wood trim 
  • metal weave trim 

อยากเป็นเจ้าของMercedes-AMG G 63 ต้องมีเงินเท่าไร?

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ รถเบนซ์ รุ่นนี้ ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า เมื่อตัวเครื่องเป็นเทคโนโลยีของ AMG ดังนั้นราคาจึงค่อนข้างที่จะสูงโดย Mercedes-AMG G 63 ราคา เริ่มต้นที่ 16,300,000 บาท (ราคาแนะนำ) แต่สำหรับใครที่เลือกเป็นพิเศษ หรืออัปเกรดส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมก็จะทำให้รถมีราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งหากใครที่สนใจ G63 AMG รุ่นนี้ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.mercedes-benz.co.th ได้เลย

AUDI E-TRON GT รถไฟฟ้า AUDI ที่สเปคเทพติดอันดับท๊อป

สนับสนุนโดย gclub เว็บบาคาร่าที่น่าเชื่อถือที่สุดในตอนนี้ https://gclubspecial168.com/

Categories
All CAR ARTICLE รุ่นรถ แบรนด์รถ

Volvo C40 Recharge Pure Electric รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Volvo

Volvo C40 Recharge Pure Electric

(https://www.volvocars.com/en-th/build/c40-electric

สำหรับใครที่กำลังรอรีวิว รถยนต์ไฟฟ้า จาก Volvo วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นมาให้ทุกคนแล้วเรียบร้อบ หลังจากที่ Volvo ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง C40 Recharge Pure Electric เมื่อต้นปี 2022 ที่ผ่านมา โดยสเปคของรถยนต์รุ่นนี้จะเป็นอย่างไรเราไปดูกันเลย

Volvo C40 Recharge Pure Electric

(https://www.ridebuster.com/volvo-c40-recharge-pure-electric-debut/

สเปคของ รถยนต์ไฟฟ้า C40 Recharge Pure Electric 

C40 Recharge Pure Electric เป็น รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Volvo โดยวอลโว่นั้นได้มีการเปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้า 100% ออกมาด้วยกันหลายต่อหลายรุ่น ซึ่งรุ่นนี้นับว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด โดยสเปคต่าง ๆ ของรถยนต์รุ่นนี้มีดังนี้

เครื่องยนต์

  • มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้พละกำลัง 408 แรงม้า
  • เร่งจาก 0 – 100 กม. / ชม. ในเวลา 4.7 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 180 กม. / ชม. 
  • การชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน WLTP) สามารถวิ่งได้ไกล 420 กิโลเมตร
Volvo C40 Recharge Pure Electric

(https://www.volvocars.com/th-th/cars/c40-electric/interior-design/

ภายใน

  • ห้องโดยสารกว้างขวาง 5 ที่นั่ง
  • จุสัมภาระได่สูงถึง 413 ลิตร
  • ปราศจากวัสดุจากหนัง 100%
  • ตกแต่งภายให้แสงไฟมีความเป็นธรรมชาติ
  • พรมสี Fjord Blue เป็นทางเลือก (วัสดุรีไซเคิลบางส่วน)
  • ซันรูฟเป็นกระจกเคลือบลามิเนตที่สามารถป้องกันให้การปกป้องจากแสงสะท้อนและรังสี UV
Volvo C40 Recharge Pure Electric

(https://www.volvocars.com/th-th/cars/c40-electric/

เทคโนโลยีและความบันเทิง

  • สตาร์ทง่าย ๆ ด้วยแป้นเหยียบเพียงแป้นเดียว
  • ติดตั้ง Google ในตัว
  • ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารกรอง PM 2.5 ได้มากถึง 80%
  • ลำโพงระดับพรีเมียมจาก Harman Kardon
  • กล้อง 360°
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการจราจรตัดผ่านด้านท้ายรถ Cross Traffic Alert
  • Volvo Cars App

นอกจากนี้แล้วยังมีสีให้เลือกมากถึง 8 สี ได้แก่ Onyx Black, Fusion Red, Thunder Grey, Fjord Blue, Silver Dawn, Crystal White และ Sage Green ซึ่งแต่ละสีจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Volvo C40 Recharge Pure Electric

(https://www.volvocars.com/th-th/cars/c40-electric/

รถยนต์ไฟฟ้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมาพร้อมกับราคาล้านต้น ๆ 

Volvo C40 Recharge Pure Electric นอกจากจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีสเปคที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของโลกยุคปัจจุบันแล้ว ราคาของรถยนต์รุ่นนี้ก็เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่แพ้สเปคเลยทีดียว โดยราคาของวอลโว่รุ่นนี้เริ่มต้นอยู่ที่เพียง 2,690,000 บาทเท่านั้น (ราคาศูนย์ไทย) ซึ่งลูกค้าที่สั่งจอง รถยนต์ไฟฟ้า 2022 รุ่นนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมายทั้ง ฟรีบริการประกันคุณภาพ บำรุงรักษา และช่วยเหลือ, ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ ฟรีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการตกแต่งภายในของ รถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่นนี้จะไม่มีการนำหนังมาตกแต่ง แต่ทางวอลโว่ก็สามารถทำออกมาได้ดี เรียบหรู ตามแบบฉบับของวอลโล่ ตอบโจทย์สายวีแกน และสายรักษ์โลกสุด ที่สำคัญเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสุด ๆ 

AUDI E-TRON GT รถไฟฟ้า AUDI ที่สเปคเทพติดอันดับท๊อป

เว็บ ตรง ไม่ ผ่าน เอเย่นต์